เกษตรกรรมธรรมชาติ เป็นระบบการเกษตรแบบหนึ่งที่มีความสอดคล้องกับธรรมชาติ ให้ผลิตพืชรวมไปถึงสัตว์ซึ่งจะเหมาะต่อระบบนิเวศในแต่ละพื้นที่ ไม่แบ่งแยกให้ออกมาจากธรรมชาติ อีกทั้งยังใช้เทคโนโลยีอันเป็นปัจจัยการผลิตให้น้อยสุด จึงทำให้มีความเกื้อกูลกันระหว่างธรรมชาติและระบบการเกษตร ในบทความจะมาพูดถึงเกษตรกรรมธรรมชาติให้รู้จัก
เกษตรกรรมธรรมชาติ คือ ?
เกษตรกรรมธรรมชาติ คือการทำการเกษตรแบบธรรมชาติที่ไม่มีการใช้สารเคมีหรือปุ๋ยเคมีทุกชนิด อีกทั้งยังมองว่าการบำรุงรักษาดินเป็นเรื่องที่สำคัญอันดับแรก การปรับปรุงดินจะทำให้มีพลังในการปลูกพืชเสมือนกับความอุดมสมบูรณ์ของดินในป่าโดยธรรมชาติ นำเอาทรัพยากรมาใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์มากสุดแม้ว่าจะมีจำกัด วิธีที่ใช้จะไม่สร้างความเสียหายกับสภาพแวดล้อม อีกทั้งไม่สร้างอันตรายกับผู้บริโภคและเกษตรกร อีกทั้งยังได้ผลผลิตที่มีประสิทธิภาพทั้งในด้านของคุณภาพและปริมาณ เกษตรกรรมธรรมชาติเป็นอีกหนึ่งรูปแบบเกษตรกรรมที่ยั่งยืน มีความมั่นคง ถาวร
เกษตรกรรมธรรมชาติ มีหลักการเป็นอย่างไร
จากที่ศึกษาเกี่ยวกับสภาพป่าจะพบว่า ภายในป่าเต็มไปด้วยต้นไม้หลากหลายชนิด ใบไม้ปกคลุมไปทั่วพื้นดิน มีสัตว์ป่าขับถ่ายมูลลงทับถมในดินคลุกเคล้าทั้งซากพืช ใบไม้ รวมถึงมูลสัตว์กิ้งกือ ไส้เดือน จิ้งหรีด กินจนกลายเป็นชิ้นเล็ก และมีจุลินทรีย์ภายในดิน ย่อยสลายซากสัตว์และซากพืชจนทำให้เป็นฮิวมัส อันเป็นแหล่งอาหารให้กับพืช อีกทั้งยังช่วยในเรื่องของการปรับโครงสร้างดิน ทำให้ต้นไม้ที่อยู่ในป่าสามารถเจริญเติบโตได้เป็นอย่างดี
ด้วยความที่มีฮิวมัสอยู่แล้วอันเป็นปุ๋ยธรรมชาติจึงไม่ต้องนำปุ๋ยใส่ลงไป ไม่เพียงเท่านั้น เศษใบ้ไม้บนผิวหน้าดินจะทำหน้าที่ในการปกคลุมเพื่อป้องกันไม่ให้ดินเสียความชื้น หน้าดินจึงอ่อนนุ่ม การไซซอนรากพืชจึงเป็นไปอย่างสะดวก หากศึกษาต่อจะรู้ว่า คนที่เข้าป่าแม้ไม่มีใครใช้ยาฆ่าแมลงฉีดกับต้นไม้ ต้นไม้ก็ยังคงอยู่ได้ นั่นคือต้นไม้ที่เจริญเติบโตและแข็งแรงจะอยู่บนดินที่มีคุณภาพ ต้านแมลงและโรคได้ตามธรรมชาติ แม้ว่าจะมีแมลงหรือโรคมากวนแต่ก็ไม่เสียหายแต่อย่างใด ซึ่งพืชในป่ามีหลายชนิด ไม่ได้มีแค่พืชชนิดเดียว จึงไม่มีปัญหาเรื่องป่าเสื่อมโทรมได้ง่าย ๆ เนื่องจากแมลงไม่ได้ชอบกินพืชทุกชนิด
จากบทความจะทำให้ผู้อ่านได้มีความรู้ในเรื่องของเกษตรกรรมธรรมชาติมากยิ่งขึ้นว่าเป็นรูปแบบการทำเกษตรที่มีความใกล้ชิดกับธรรมชาติเป็นอย่างมาก ลดการใช้เทคโนโลยี ต้นไม้เจริญเติบโตบนดินที่อุดมสมสบูรณ์จะทำให้แข็งแรง ไม่จำเป็นต้องใส่ปุ๋ยพืชก็สามารถเติบโตในพื้นที่นั้น ๆ ได้ และไม่มีการใช้เคมีเลยแม้แต่น้อย
